วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

My Lovely Girl







                         ห่างหายไปนานมากกับการแนะนำ Series เกาหลีใหม่ ๆ วันนี้จึงขอนำเสนอการกลับมาของ Rain ( Jeong Ji-hoon) ที่ให้แฟน ๆ รอคอยกว่า 4 ปี ครั้งนี้กับ Series ใหม่ล่าสุดของสถานี SBS เรื่อง My Lovely Girl

                         Rain มาในบทบาทของ Hyeon Wook  ประธานบริษัท Agencyวัย  32 นักแต่งเพลง และ Producer ที่จมอยู่กับความหลังกว่า 3 ปีจากสาเหตุอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตคนรักของเขา เขาปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่ง จนในที่สุดต้องกลับมาเปิดหัวใจรักอีกครั้งกับ Yoon Se-na  ( Krystal ) น้องสาวของอดีตคนรัก ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแต่งเพลง โดยไม่รู้ว่าชายที่ช่วยเหลือและมีใจต่อกันคืออดีตคนรักของพี่สาวตนเอง 




                      กาวใจที่จะช่วยทั้งสองไม่ใช่ใครแต่เป็นสุนัขแสนรักของ Hyeon Wook นั่นเอง น่ารักสุด ๆ 







                             ติดตามชมได้ทุกวันพุธ และ พฤหัส ทางช่อง SBS 16 ตอนจบ เริ่มแล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา อย่าพลาด





credit ภาพ จาก hancinema.net

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

Club Sandwich






                      เช้าวันก่อนเปิดทีวีดูคุณพลทำอาหาร เจอเมนู Club Sandwich อยากทำขึ้นมาทันที แต่จดสูตรไม่ทัน สูตรพอจำผสมสูตรเราเองละกัน ขอบคุณคุณพลที่ให้แรงบันดาลใจ

เครื่องปรุง

1. ขนมปังโฮลวีทชนิดเนื้อละเอียดทาเนยปิ้ง  3 แผ่น
2. เบคอนหั่นท่อนสั้นทอด 4 เส้น
3. มัสตาร์ด
4. ไข่ดาวทอดให้ไข่แดงสุก 1 ฟอง
5. มายองเนส
6. น้ำผึ้ง
7. ผักกาดแก้วหรือผักสลัดต่าง ๆ ล้างสะอาดฉีกพอคำ 3 กลีบ(เฉพาะใบ)

8. เกลือป่น

ใครชอบมะเขือเทศ หอมใหญ่ แครอท ใส่เติมได้ไม่มีปัญหา

วิธีทำ

1.ผสมมายองเนส 2 ชต.มัสตาร์ด 1 ชช.น้ำผึ้ง 1/2 ชช.และเกลือป่นนิดหน่อย คนให้เข้ากัน
2.ทาส่วนผสมข้อ 1. บนขนมปังปิ้งทั้ง 3 แผ่น
3.จัดเรียงขนมปัง เบคอนทอด ผักกาดแก้ว ขนมปัง ไข่ดาว ผักกาดแก้ว และขนมปัง ครบ 3 ชั้น







4.ใช้ไม้จิ้มฟันสะอาดปักตรึงขนมปังทั้ง 2 ข้าง ใช้มีดคม ๆ หั่น จะผ่า 2 ผ่า 4 แล้วแต่ชอบ
5.จัดวางบนจานพร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่างยามบ่ายกับกาแฟร้อน ๆ





วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

ปลากุเลาทรงเครื่อง






                               กับข้าวทานกับข้าวต้มยามเช้า จะทอดเฉย ๆ ก็จะง่ายไป ต้องทรงเครื่องปลากุเลาเค็มสักหน่อย

เครื่องปรุง

 1.หมูสับ  1 ถ้วย
 2.ปลากุเลาเค็มทอด 1 ชิ้นใหญ่แกะเอาแต่เนื้อล้วน ๆ
 3.พริกขี้หนูซอย ปริมาณตามชอบ
 4.กระเทียบกลีบใหญ่สับ  6 กลีบ
 5.ไข่ไก่ 1 ฟอง
 6.ซีอิ๋วขาว
 7.น้ำตาลทราย
 8.น้ำมันพืช

 9.ผักชีโรยหน้า


วิธีทำ

1.ผสมหมูสับกับปลากุเลา กระเทียมสับ พริกขี้หนูซอย และไข่ไก่ เข้าด้วยกัน จะใช้มือหรือช้อนก็ได้
2.ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย 1/2 ชช ซีอิ๊วขาว 1 ชช หมักไว้ในตูเย็นช่องธรรมดา 15 นาที
3.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช 1 ชต นำหมูสับปลาเค็มที่หมักไว้ลงผัดไฟแรงพอสุก
4.หรี่ไฟปานกลาง ผัดต่อไปจนกว่าจะแห้งและหมูสับออกสีเหลืองทอง
5.ชิมรส หากยังไม่ถูกใจปรุงเพิ่มได้
6.ตักใส่จานโรยหน้าด้วยผักชี เสิร์ฟกับข้าวต้มร้อน ๆ



วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

เมี่ยงปลาเผา







                         เมนูเมี่ยงปลาเผาส่วนใหญ่จะใช้ปลาทับทิม และไม่ขอดเกล็ด แต่เราใช้ปลาแรดและก็ขอดเกล็ด ผิดไหมนี่

เครื่องปรุุง

1. ปลาแรด 1 ตัว
2. ตะไคร้   3 ต้น 
3. ใบเตย   2 ใบ
4. ใบโหระพา 2-3 กิ่ง
5. ขิงซอย
6. เกลือป่น
7. รากผักชี  กระเทียม  พริกไทย

8. ผักสดต่าง ๆ
9. เส้นขนมจีน 

วิธีทำ


1. ทำความสะอาดปลาให้เรียบร้อย บั้งตัวปลาทั้งสองข้าง
2. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยพอหยาบ ปริมาณมากหน่อยจะได้หอม ๆ
3. ตะไคร้หั่นเป็นท่อน ๆ บุบให้แตก 

4. ตักรากผักชีกระเทียมพริกไทยที่โขลกไว้ใส่ในใบเตย ใส่ขิงซอย แล้วมัดพันกับตะไคร้ ใบโหระพา ให้แน่น ๆ  ใส่ลงในท้องปลา 
5. ทาเกลือป่นบาง ๆ ให้ทั่วตัวปลาทั้งสองด้าน 
6. ใช้อลูมิเนียมฟลอยด์ห่อตัวปลาและนำไปเผาบนเตาประมาณ 20 นาที ถ้ามีเตาอบ ไม่ต้องห่อปลาใส่เตาอบ ใช้ไฟ 200 องศา 30 นาที
7. เสิร์ฟปลาเผากับผักสด  ขนมจีน และน้ำจิ้มซีฟู้ด



วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Spaghetti Anchovy






                             ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแถวถนนพระอาทิตย์ทำเมนูนี้ให้ทาน ติดใจอร่อยมาก แล้วก็ลองทำดู

เครื่องปรุง

1.เส้นสปาเกตตีชนิดเส้นเล็กต้มสุก    1 ถ้วย  
2.ปลาแอนโชวีในน้ำมันมะกอกสับหยาบ ๆ    4 ตัวเล็ก 
3.กระเทียมสับ      4  กลีบ 
4.พริกขี้หนูแห้งทอด     3  เม็ด
5.เกลือป่น
6.พริกไทยป่น
7.บร็อคโคลี่หั่นชิ้นเล็ก   1 ถ้วย
8.ชีสเส้นฝอย ใช้โรยหน้า ปริมาณตามชอบ      
9.มะกอกดองผ่าครึ่ง  10  ลูก สีเขียวหรือดำตามชอบ


วิธีทำ

1.ใช้น้ำมันมะกอกจากขวดแอนโชวีใส่ในกระทะ 1 ชต ใส่กระเทียมสับลงผัด ตามด้วยปลาแอนโชวี ผัดพอหอม
2.ใส่เส้นสปาเกตตี ตามด้วยบร็อคโคลี มะกอกดอง ผัดให้เข้ากันพอสุกปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่น และพริกทอด
3.ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยชีสเส้น พร้อมเสิร์ฟ


Tips  Anchovy ก็คือปลาเค็มหรือปลาร้าของชาวตะวันตก  นิยมนำมาปรุงอาหารหรือหมักทำซอส เมืองไทยเรียกปลากระตัก ปลาไส้ตันนั่นเอง ไม่อยากฝรั่งจ๋าใช้ปลาอินทรีเค็มบ้านเราแทนก็อร่อย




วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กุ้งผัดไข่เค็ม






                    เมนูนี้ดัดแปลงจากปลาหมึกผัดไข่เค็มที่ทุกคนรู้จักเป็นกุ้งแทน


เครื่องปรุง

- กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลังเอาเส้นดำออก ปริมาณตามชอบ  
- ไข่เค็ม เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
- น้ำพริกเผา น้ำมันพริกเผา  
- ซีอิ๊วขาว 
- พริกไทยป่น 
- น้ำตาลทราย 
- ต้นหอม หั่นท่อนสั้น ๆ  2 ต้น
- คึ่นช่าย หั่นท่อนสั้น 2 ต้น
- กระเทียมสับ 3 กลีบใหญ่
- น้ำมันพืช

-แป้งทอดกรอบ
-น้ำมันหอย
-หอมใหญ่ซอย 1 หัว

วิธีทำ

1.ยีไข่แดงให้แตกจากก้อน ผสมกับน้ำพริกเผา 2 ชต น้ำมันพริกเผา 1 ชต น้ำมันหอย 1 ชต
2.ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำนิดหน่อย นำกุ้งลงชุบแป้งแล้วทอดให้กรอบเหลือง ตักใส่จานพักไว้




3.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช 1 ชต เจียวกระเทียมและหอมใหญ่พอหอม
4.ใส่พริกเผาไข่แดงที่เตรียมไว้ตามข้อ 1 ลงไปผัดไปมา
4.ใส่กุ้งทอดตามลงไป ผัดอย่างเร็วและเบามือให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ชิมรส
5.ใส่ต้นหอม คึ่นช่าย ผัดไปมา ตักขึ้นใส่จานพร้อมเสิร์ฟ




วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เที่ยวสิงคโปร์เองไม่ยาก - ตอนจบ





11 สิงหาคม 2557

                                  วันนี้ทั้งวันยกให้กับ Universal Studios  เตรียมพกร่ม แว่นกันแดด ครีมกันแดดไปด้วย ขอบอกว่าร้อนมากๆๆๆ

                                  เริ่มออกเดินทางไปลงสถานี MRT HarbourFront exit E มุ่งหน้าไปยังศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ Vivo City ขึ้นไปยังชั้น 3 ตามป้ายบอกทาง เพื่อไปขึ้นรถโมโนเรลลอยฟ้า  Sentosa Express ไปยังเกาะ Sentosa เข้าคิวซื้อตั๋วรถอย่างยาวมากกกกกก ขนาดวันนี้เป็นวันธรรมดา ไม่อยากนึกภาพหากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมากมายขนาดไหน ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติก็ไม่เปิดใช้บริการ ค่าตั๋วรถคนละ 4 ดอลล่าร์สิงคโปร์

                                  ลงที่สถานี Waterfront เติมพลังอาหารไว้ก่อนเดี๋ยวต้องเดินเยอะมาก จุดทานอาหารคือ หน้าปากทางเข้า Resort World ทางขวามีศูนย์อาหาร Malaysian Food Street จำลองบรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายให้เลือก อยากทานบักกุ๊ดเต๋แต่คิวยาวมาก สุดท้ายต้องข้าวมันไก่ตามเคย



                                 ใครไม่ได้ซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้า จะมีซุ้มจำหน่ายตั๋วเข้า Universal Studios วันนี้คนไม่มาก ค่าตั๋วคนละ 74 ดอลล่าร์ แต่ถ้าจ่ายแพงขึ้นอีกประมาณ 20 ดอลล่าร์ จะได้เข้าเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ก่อนคนอื่น ๆ เป็นตั๋ว Express 




                               Universal Studios Singapore แบ่งออกเป็น 7 โซนคือ New York, Sci - fi City,  Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away, Madagascar และ Hollywood  พร้อมเครื่องเล่นให้ตื่นตาตื่นใจเสียวใส้มากน้อยในทุกโซน 





Ancient Egypt

Far Far Away กับการ์ตูน Shrek

Sci-Fi City

Ice-cream เม็ดขายอยู่ตรงข้ามเจ้า Transformers
                                แทบทุกโซนจะมีด่านกับดักชักชวนให้เงินเหรียญสิงคโปร์ต้องหลุดจากกระเป๋าเราจนได้กับเหล่าความน่ารักของตุ๊กตาต่าง ๆ มากมาย วันนี้เจอนักท่องเที่ยวชาวไทยเยอะมาก นักช็อปตัวยง แนะนำว่าควรซื้อตอนจะกลับดีที่สุด ตรงทางออกโซน Hollywood












                                  จุดจอดที่สองของ Sentosa Express คือ Imbiah Station  ใครอยากเจอคุณพ่อ Merlion ยักษ์ใหญ่ต้องลงสถานีนี้เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก จุดนี้จะมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เครื่องเล่นต่าง ๆ โรงภาพยนตร์ สวนผีเสื้อ แมลง และอีกมากมาย




                                    จุดจอดที่สามสุดท้ายแต่ไปไม่ไหวแล้วคือร้อนมาก  คือ Beach Station มีหลากหลายชายหาด  และโลกสวย ๆ ใต้น้ำ Underwaterworld 

                                    ค่ำคืนสุดท้ายในสิงคโปร์ ออกเดินไป Clarke Quay โดยเดินจากโรงแรมไปตามถนน Havelock เลียบริมแม่น้ำสิงคโปร์ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 กม.มีหลากหลายร้านอาหารให้เลือกทานมากมาย เช่น Jumbo Seafood , No Sign board Seafood ชมแสงสีระยิบระยับของไฟประดับตามสะพาน ตามตึกและร้านอาหารต่าง ๆ เกือบ 200  ร้านค้า ทำให้เพลินจนไม่รู้สึกเมื่อยขา 








                          สุดท้ายสำหรับนัก shop อย่าลืมเรื่องทำ Tax Refund ที่สนามบิน บริเวณ Terminal 1 ที่นี่จัดเป็นการทำ Tax Refund ที่สะดวกสบายที่สุดในโลก เพียงแค่สแกนบาร์โค้ดใบขอคืนภาษีที่ร้านค้าให้มากับเครื่องอ่านอัตโนมัติ ไม่กี่นาทีเครื่องก็จะออกสลิปให้เราและแจ้งเงินคืนภายใน 10 วัน ไม่ต้องใส่ซอง ไม่ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ (แอบเห็นนั่งเหงา) สุดยอดจริง ๆ ประเทศนี้


วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เต้าหู้ทอดญี่ปุ่น





         

                              วันก่อนไปทานอาหารญี่ปุ่น เจอเมนูเต้าหู้ทอด อยากลองทำบ้าง ค้นหาวิธีจาก Google แต่ดัดแปลงให้ง่ายขึ้น  เริ่มกันเลย


เครื่องปรุง  ( สำหรับ 1 ที่ )

1.เต้าหู้ญี่ปุ่นชนิดนิ่ม    1 กล่อง
2.งาขาว 1/2 ชช.
3.แป้งมันหรือแป้งข้าวโพด
4.น้ำมันพืช
5.โชยุ
6.มิริน
7.ผงปลาคัตซึโอะ
8.ผงสาหร่ายโรยหน้า


วิธีทำ

1.ทำซอสจิ้มก่อนโดยผสมโชยุ 1 ชต.กับมิริน 1 ชช และผงปลาคัตซึโอะ เคี่ยวพอเดือด พักไว้ให้เย็น
2.เต้าหู้หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ห่อด้วยกระดาษทิชชูทำครัววางบนจานเข้าไมโครเวฟ อบไฟปานกลางประมาณ  3-5  นาทีเพื่อรีดน้ำในเต้าหู้ออก นำออกมาพักให้สะเด็ดน้ำ
3.นำเต้าหู้คลุกกับแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดผสมงาขาว  ทอดไฟปานกลาง ให้น้ำมันท่วมเต้าหู้ 
4.ใช้ตะเกียบพลิกเต้าหู้กลับไปมาพอเหลืองสวยนำขึ้นใส่จานที่รองด้วยกระดาษซับมัน
5.โรยผงสาหร่าย  เสิร์ฟร้อน ๆ ทานกับซอสจิ้มที่เตรียมไว้ 


Tips จะให้แซ่บต้องจิ้มน้ำจิ้มแจ่ว อร่อยมากขอบอก แต่จะผิดสัญชาติไปหน่อย







วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปูผัดพริก Singapore Chilli Crab






                             ใครไปเที่ยวสิงคโปร์ต่างก็ตั้งใจไปทานเมนูสุดฮิต ปูผัดพริก ของร้านดัง Jumbo Seafood ขนาดรอคิวเกือบ 2 ชั่วโมงยังไม่ย่อท้อ มาดูกันว่าอร่อยอย่างไร

เครื่องปรุง

1.ปูทะเลตัวโต ๆ 1 ตัว หรือก้ามปู  3 อันล้างสะอาดสับเป็นชิ้น ๆ ก้ามบุบพอแตก
2.ซอสมะเขือเทศ
3.ซอสพริก
4.แป้งข้าวโพด
5.น้ำสะอาด
6.ขิงหั่นแว่น      4 แว่น
7.กระเทียมสับ   3 กลีบใหญ่
8.หอมแดงสับ   3 หัว
9.น้ำมันพืช
10.ต้นหอมหั่นท่อนสั้น ๆ 3 ต้น
11.ไข่ไก่ 1 ฟอง
12.พริกไทยป่น
13.น้ำตาลทรายแดง
14.ซีอิ๊วขาว
15.น้ำมะนาว

วิธีทำ


1.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 2 ชต.เจียวกระเทียม หอมแดง และขิง พอหอม ใส่ปูลงไปผัดพอปูเริ่มออกสีแดง
2.ผสมซอสมะเขือเทศ 5 ชต ซอสพริก 2 ชต ซีอิ๊วขาว 2 ชต คนให้เข้ากันใส่ลงในกระทะ
3.แป้งข้าวโพด 2 ชต.ผสมน้ำเล็กน้อยให้ละลาย เทลงไปในกระทะรีบคนเร็ว ๆ ถ้าข้นเกินไปเติมน้ำสุกนิดหน่อย 
4.อบจนปูสุกสีแดงประมาณ 5 นาที
5.ใส่ไข่ไก่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง 2 ชต.มะนาว และพริกไทยป่น
6.ตักขึ้นใส่จานโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟ



วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เที่ยวสิงคโปร์เองไม่ยาก - III







10 สิงหาคม 2557 - บ่าย

                                 ที่สถานี MRT Bayfront หากเราเดินออก exit B จะมีป้ายบอกทางไป Gardens by The Bay 

                                น่าอิจฉาคนสิงคโปร์ได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากพืชพรรณไม้เขียวชอุ่มไปทั่วทั้งเมือง ทางรัฐบาลยังเอาอกเอาใจสร้างเมืองในสวนเพิ่มขึ้นอีกริมแม่น้ำบริเวณปากอ่าว Marina ภายในมีสวนกระจก , Supertrees ที่ทำแบบสวนแนวตั้ง มากมายหลายต้นยักษ์ใหญ่ เหมือนอยู่ในภาพยนตร์ Avatar อลังการงานสร้างมาก ๆ 

                                จากทางเข้าไปถึงสวนกระจก หากเดินไม่ไหวเขามี Shuttle Service คนละ 2 ดอลล่าร์ นั่งได้ไป-กลับรวม 2 เที่ยว ตั๋วมีอายุ 30 วัน ไม่ต้องเดินให้เมื่อยเหมาะกับคนสูงวัย และถ้าเพลินอยู่จนค่ำ จะได้เห็นไฟประดับสวยงามมาก





















                            นั่ง MRT  ต่อไปลงสถานี  Esplanade exit A  แล้วเดินตามป้ายบอกทางไป ตึก Suntec City   เพื่อชมน้ำพุแห่งความมั่งคั่งโชคดี Fountain of Wealth 






                               น้ำพุนี้จัดเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงถึง 13.8 เมตร ตามความเชื่อของชาวฮินดู และตามหลักฮวงจุ้ยผสมผสานกัน ตั้งอยู่ภายในอาคาร Suntec City ที่สร้างโอบล้อมน้ำพุไว้ เชื่อกันว่า เมื่อเดินวนตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ พร้อมกับให้มือขวาแตะโดนน้ำ คำอธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผลค่ะ ไม่ลองไม่รู้ แต่ต้องเข้าคิวเป็นรอบ ๆ ค่ะ รอบละประมาณ 10 คน เวลา 9.00-12.00 น.,14.30-18.00 น.,19.00-19.45น. และรอบสุดท้าย  21.30-22.00 น.


เข้าแถวรอชมน้ำพุ





                                  พรุ่งนี้ไปเที่ยว Universal Studio ส่งท้ายค่ะ









วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เที่ยวสิงคโปร์เองไม่ยาก - II








10 สิงหาคม 2557


                             ทานอาหารเช้าข้าวมันไก่สิงคโปร์อันลือชื่อเสร็จ ออกเดินทางสำรวจเมือง เริ่มจากซื้อตั๋วรถไฟ MRT จากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่แสนปลอดภัยไม่มีคนคอยขนาบข้างเหมือนที่ Italy






                          หน้าตาตั๋วรถไฟฟ้าเป็นกระดาษแข็งธรรมดา ๆ แต่สามารถเติมเงินได้กับตู้ขายตั๋วอัตโนมัติภายในสถานีรถไฟ และใช้ได้ 6 ครั้งภายใน 30 วัน วิธีซื้อก็กดเลือกสถานีที่จะไปลง เครื่องจะคำนวณราคา สามารถหยอดได้ทั้งเหรียญและธนบัตร ตั๋วก็จะออกมาพร้อมเงินทอน เราเลือกลงสถานี Raffles Place

                          ออกจากสถานีไปยัง Fullerton Road เดินเลียบไปทางแม่น้ำ ตลอดทางเดินจะเห็นรูปปั้นทำด้วยทองแดงเป็นระยะ อันที่มีชื่อเสียงโด่งดังนิยมถ่ายรูปกัน คือ รูปปั้นคนแห่งแม่น้ำ  ( People of The River ) เป็นกลุ่มเด็ก 5 คนกำลังกระโดดลงเล่นน้ำ 




           


       

                             เดินเรื่อย ๆ มายังด้านหน้าโรงแรม  Fullerton ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม สิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากมาเห็นกันมากคือ เจ้าสองแม่ลูก Merlion  นั่นเอง ตั้งอยู่ตรงจุดที่เรียกว่า Merlion Park ตัวแม่หันหน้าพ่นน้ำสู่แม่น้ำ ส่วนตัวลูกหันหน้ารับแขกออกสู่ถนน 





                         Merlion หรือ สิงโตทะเล กำเนิดขึ้นในปี คศ.1964 ใช้เป็นสัญญลักษณ์การท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ปัจจุบัน มีอยู่ 5 ตัว แต่ตัวดั้งเดิมและดังที่สุดคือ เจ้าตัวแม่นี่แหละ 

                         บริเวณใกล้กันเหนื่อยพอเดินไหว ให้ข้ามสะพานไปจะพบกับ สถาปัตยกรรมรูปหนามทุเรียน ตึก Esplanade -Theatres by The Bay ใช้แสดงงานศิลปะ ที่นี่มีสาขาของร้านอาหาร No Signboard Seafood ( MRT- Esplanade exit D)




                        ถัดไปอีกหน่อย คือ Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขั้นในปี คศ.2008 สูงเท่ากับตึก 42 ชั้น ใช้เวลา 30 - 45 นาทีต่อรอบ (MRT-Promenade exit A)








                        จบครึ่งวันเช้าด้วย ความทันสมัยที่สุดของสิงคโปร์ Marina Bay Sand ,Sands Skypark หรูหราสวยงามที่หาไม่ได้ในประเทศอื่น จากการถมดินลงไปในทะเล สร้างเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร กาสิโน ชั้นดาดฟ้าบนสุดยังเป็นสระว่ายน้ำขนาด 150 เมตร ว่ายไปมองวิว 360 องศาไปให้เสียว ๆ บริการนี้สำหรับผู้เข้าพักโรงแรมเท่านั้น (MRT-Bayfront exit D)

                       เติมพลังมื้อเที่ยง ช่วงบ่ายเข้า  Garden by The Bay กัน